โครงสร้างสถานีตำรวจ (รูปแบบที่ 6 )
 

                      

หมายเหตุ  1.  งานจราจร อยู่ในงานปกครองป้องกัน
                 
  2.  พงส. (สบ.1)-(สบ.2) ขึ้นตรงต่อหัวหน้าสถานี
                
   3.  หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จะกำหนดให้ตามสถานการณ์และความจำเป็น

 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของสายงานต่างๆในระดับหน่วยงาน

            สถานีตำรวจ มีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดในคดีอาญา ภายในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่การปกครอง รวมตลอดถึงการรับผิดชอบในด้านการงาน  และการปกครองบังคับบัญชาถัดรองลงไปจากกองบังคับการตำรวจ นครบาล(1-9) หรือตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความมั่นคงภายใน บริการทางสังคม ชุมชน และมวลชนสัมพันธ์ การพัฒนางานบริหารและงานจเรตำรวจ การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมตลอดจนถึงงานกิจการพิเศษ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานีตำรวจ งานในสถานีตำรวจ แบ่งออกเป็น  5  ลักษณะ ดังนี้  คือ

1.      งานอำนวยการ 

      มีหน้าที่เกี่ยวกับการอำนวยการ การวางแผน การตรวจสอบติดตามและประเมินผลงานที่เกี่ยวกับนโยบาย  ยุทธศาสตร์ และแผนงานของสถานีตำรวจ งานการบริหารบุคลากร งานจเรตำรวจ งานกิจการพิเศษ งานความมั่นคง การศึกษาการฝึกอบรม งานวิชาการ สวัสดิการ การพัฒนา การบริหารจัดการ งบประมาณ การเงิน การพัสดุ การพลาธิการและ สรรพวุธ การส่งกำลังบำรุง รวมทั้งลักษณะงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นส่วนประกอบของงานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจ

  2.      งานปกครองป้องกัน

          งานปกครองป้องกันมีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน  อำนวยการ สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล   ตรวจสอบติดตามและประเมินผล ตลอดจนปฏิบัติงานในด้านการป้องกันอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบร้อย งานคณะกรรมการตรวจสอบ และติดตามการบริหารงานตำรวจ งานชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้องหรือเป็นส่วนประกอบของงานนี้ เพื่อมิให้เกิดอาชญากรรมขึ้นในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือพื้นที่ปกครองของสถานีตำรวจ

  3.      งานจราจร

          มีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน  อำนวยการ สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล  ตรวจสอบและประเมินผลงานด้านการควบคุมจราจร จัดการและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับจราจร งานจราจรตามโครงการพระราชดำริ รวมทั้งงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนประกอบของงานนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านการจราจร ในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือพื้นที่ปกครองของสถานีตำรวจ ตลอดจนพื้นที่ที่มีการจราจรต่อเนื่องกัน

 4.      งานสืบสวนปราบปราม

          มีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน  อำนวยการ สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล  ตรวจสอบติดตามและประเมินผล ตลอดจนปฏิบัติงานในด้านการสืบสวนปราบปราม อาชญากรรม การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาทุกฉบับตลอดจนองค์กรหรือเครือข่ายที่อยู่เบ้องหลัง รวมทั้งงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนประกอบของงานนี้ เพื่อมิให้เกิดอาชญากรรมขึ้นในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือพื้นที่ปกครองของสถานีตำรวจ

 5.      งานสืบสวนสอบสวน

          มีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน  อำนวยการ สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล  ตรวจสอบติดตามและประเมินผลด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา การมีความเห็น การให้ความเห็นชอบ หรือการเห็นแย้งในคดีอาญา การอุทธรณ์ ฎีกา หรือการขอให้พิจารณาคดีใหม่ รวมทั้งงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนประกอบของงานนี้ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาให้บังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือพื้นที่ปกครองของสถานีตำรวจ 

วินัยและการรักษาวินัย

          มาตรา 77  หมวด 5 ( ตาม พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ) ข้าราชการตำรวจต้องถือและปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี  และจรรยาบรรณของตำรวจที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด 

          มาตรา 78  การกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง  ได้แก่ การไม่รักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามในเรื่องดังต่อไปนี้

           (1)   ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์  สุจริต  และเที่ยงธรรม  เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ  มติคณะรัฐมนตรี  จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่เสียหายแก่ราชการ

          (2)   ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ  โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง  แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ทางราชการ  หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ  จะเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นก็ได้และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม

        (3)    ต้องรักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่  ผู้น้อย

        (4)    ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ  จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้

        (5)    ต้องปฏิบัติราชการโดยมิให้เป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน  เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตน  ขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ  หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่งครั้งคราว

       (6)    ต้องรักษาความลับของทางราชการ

       (7)    ต้องสุภาพเรียบร้อย  รักษาความสามัคคี  และไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้งกัน  และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ   

       (8)    ต้องต้อนรับ  ให้ความสะดวก  ให้ความเป็นธรรมและให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการ  หรือในการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตนโดยไม่ชักช้า  และด้วยความสุภาพเรียบร้อย  โดยห้ามมิให้ดูหมิ่น  เหยียดหยาม  กดขี่หรือข่มเหงประชาชนผู้มาติดต่อราชการหรือในการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน

      (9)    ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจ  อุตสาหะ  เพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ  เอาใจใส่  ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ  และต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ

     (10)    ต้องไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้แตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจ

     (11)    ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา  การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้งถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย

     (12)   ต้องไม่ใช้กิริยาวาจาหรือประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร

     (13)    ต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว

     (14)    ต้องไม่กระทำด้วยประการใด ๆ  ในลักษณะที่เป็นการบังคับผู้บังคับบัญชาเป็นทางให้เสียระเบียบแบบแผนวินัยตำรวจ

     (15)    ต้องไม่กระทำ หรือ ละเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการหรือทำให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ

     (16)    ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรม  ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

     (17)    ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ  หรือผู้จัดการ  หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

     (18)    กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. 

       มาตรา 79  หมวด 5 ( ตาม พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 )
การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  ได้แก่  การกระทำดังต่อไปนี้

      (1)    ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเอง  หรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้

           (2)    ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร  เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงหรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร  หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

           (3)    เหยียดหยาม  กดขี่  ข่มเหง  หรือทำร้ายประชาชนผู้มาติดต่อราชการหรือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ

           (4)    กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

           (5)    กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

           (6)    กระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ รวมทั้งการกระทำผิดตามมาตรา  78  อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

           (7)    กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. 

มาตรา 82   หมวด 5 ( ตาม พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 )
 โทษทางวินัยมี  7  สถาน ดังนี้

          (1)        ภาคทัณฑ์                            
          (2)        ทัณฑกรรม                          
          (3)        กักยาม                                 
          (4)        กักขัง 
          (5)   ตัดเงินเดือน
          (6)   ปลดออก
          (7)
   ไล่ออก